Blog
How to กินข้าวไม่ขัดสีแบบ “มือใหม่” ไม่ต้องกลัวท้องอืด สบายท้อง
หลายคนคงเคยเผชิญกับเหตุการณ์เดียวกัน คืออยากจะเริ่มดูแลสุขภาพด้วยการเปลี่ยนมาทาน “ข้าวไม่ขัดสี” ไม่ว่าจะเป็นข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ หรือข้าวสังข์หยด แต่พอกินไปได้ไม่กี่มื้อกลับต้องยอมแพ้ เพราะรู้สึก “ท้องอืด” ท้องเฟ้อ หรือเคี้ยวแล้วรู้สึกแข็งจนไม่อร่อย จริงๆ แล้ว ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากข้าวไม่ดี แต่เกิดจากร่างกายของเรายัง “ปรับตัวไม่ทัน” วันนี้เรามีเทคนิคการเริ่มทานข้าวไม่ขัดสีแบบฉบับคนรักสุขภาพสายชิลล์มาฝากกัน
ทำไมกินข้าวไม่ขัดสีแล้วถึงท้องอืด?
สาเหตุหลักมาจาก ใยอาหาร (Fiber) ที่สูงกว่าข้าวขาวหลายเท่า แม้ไฟเบอร์จะดีต่อระบบขับถ่าย แต่ถ้าปกติเราทานแต่ข้าวขาว (ซึ่งแทบไม่มีไฟเบอร์เลย) แล้วเปลี่ยนมาทานข้าวไม่ขัดสี 100% ทันที ลำไส้และจุลินทรีย์ในท้องจะรับมือไม่ไหว ย่อยไม่ทัน ใยอาหารเกิดการหมักและกลายเป็นแก๊ส ทำให้เรามีอาการแน่นท้อง/ท้องอืดนั่นเอง
เริ่มให้ร่างกายได้รู้จัก “ข้าวไม่ขัดสี”
ข้าวที่ไม่ขัดสี หรือ ข้าวที่ขัดสีเปลือกออกไม่หมด นั้นมีหลายสายพันธุ์มาก ถ้าเลือกแบบที่เรามักจะเห็นในท้องตลาด และเป็นที่นิยมก็เช่น ข้าวกล้อง (ซึ่งแยกได้อีกหลายสายพันธุ์) ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวทับทิม เอกลักษณ์ร่วมกันของข้าวเหล่านี้คือ สีสัน นั่นเอง จะเห็นได้ว่าสีของเมล็ดข้าวจะไม่ขาว มีทั้งสีน้ำตาลอ่อน สีม่วงแดง หรือสีส้มแดง ตามแต่ละสายพันธุ์ ซึ่งนี้เป็นแหล่งสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายชนิดหนึ่ง
ถ้ามีข้าวไม่ขัดสีเยอะขนาดนี้เราควรจะเลือกกินข้าวอะไรก่อนล่ะ? บอกเลยว่าจริงๆ แล้วจะกินข้าวอะไรก็ได้ตามที่สนใจ ตามที่สะดวก (หรือตามงบของตัวเอง) เพราะสิ่งสำคัญจริงๆ คือ “สัดส่วน” ของข้าวที่กิน
ค่อยๆ ขยับ ปรับตามสัดส่วน
เพราะร่างกายที่ยังไม่รู้จักกับข้าวไม่ขัดสี และเดิมปริมาณใยอาหารที่ร่างกายได้รับต่อมื้อก็ไม่ได้เยอะมาก (ยกเว้นคนที่กินผักเยอะมากเป็นปกติ อาจไม่เจอปัญหานี้) หากเราเปลี่ยนข้าวแบบปุบปับคงไม่ดี ดังนั้นควรมีระยะเวลาให้ร่างกายค่อยๆ ปรับตัวก่อนจะเริ่มกินจริงจัง ด้วยการ ผสมข้าว หรือเลือกข้าวผสมสูตรต่างๆ ที่มีในท้องตลาด เป็นจุดเริ่มต้นการกินข้าวไม่ขัดสีของคุณ
- ผสมข้าวเองตามต้องการ
แนะนำให้หุงแยก 2 หม้อจะดีกว่า เพื่อให้สามารถกะปริมาณข้าวได้แม่นยำ โดยเลือกข้าวขัดสีขาวปกติที่กิน จะเป็นข้าวหอมมะลิ หรือข้าวหอม/ข้าวขาวก็ได้ ปริมาณ 3 ส่วน และใส่ข้าวไม่ขัดสี 1 ส่วน (สัดส่วน 3:1) - เลือกข้าวผสมสำเร็จรูป
คนที่ไม่สะดวกหุงข้าวแยกหม้อ และไม่สามารถกะสูตรหุงข้าวผสมเองได้ แนะนำทางเลือกที่สะดวกกว่าด้วยข้าวผสมสูตรต่างๆ ที่มีวางขายทั่วไป แนะนำให้เลือกสูตรที่มีข้าวขาวมากกว่า 50-80% อัตราส่วนนี้น่าจะไม่มากเกินไป สำหรับคนที่ไม่เคยกินข้าวไม่ขัดสีมาก่อน
หลังจากที่เริ่มกิน ต้องสังเกตร่างกาย/อาการของตัวเองว่าเป็นอย่างไรบ้าง มีแน่นท้อง/ท้องอืดไหม? หรือท้องผูกหรือไม่? หากมีอาการแน่นท้องมาก อาหารไม่ย่อย แนะนำให้ปรับลดลงอีก อาจจะกินข้าวผสมแบบนี้แค่วันละมื้อก่อน ไม่ต้องกินทุกมื้อ หรือจะนับเป็นอาทิตย์ละ 3-4 มื้อก็ได้ตามสะดวก
การปรับเปลี่ยนอาหารสำหรับบางคนอาจใช้เวลาไม่นาน บ้างแค่ สัปดาห์ก็สามารถกนข้าวไม่ขัดสีแบบ 100% ได้ แต่สำหรับบางคนอาจใช้เวลาเป็นเดือน เพราะอย่างนั้นอย่าเพิ่งรีบเร่งกดดันตัวเองมากเกินไป การกินข้าวไม่ขัดสี ไม่ใช่เงื่อนไขเดียวของการมีสุขภาพที่ดี ยังมีปัจจัยอื่นอีกมาที่ส่งผลกับสุขภาพของเรา ทั้งกิจวัตรประจำวัน และพฤติกรรมการกินอื่นๆ
แนะนำข้าวผสมที่เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มต้นกินข้าวไม่ขัดสี

- ข้าวหอมมะลิผสมข้าวไรซ์เบอร์รี่ ขนาด 5 กก.
อัตราส่วนข้าวหอมมะลิ 80% ผสมข้าวไรซ์เบอร์รี่ 20% มาพร้อมสูตรหุงข้าว มือใหม่ก็สามารถหุงให้ข้าวผสมออกมาสุก นิ่มทั่วกันได้ นอกจากนี้อัตราส่วนกำลังพอดี ขนาดก็คุ้มค่า กินได้ยาวๆข้อระวัง : เมื่อแกะถุงแล้ว ควรปิดถุงใส่สนิทมิดชิดเพื่อป้องกันมอดแมลง หรือนำข้าวใส่ถังข้าวสารเพื่อรักษาคุณภาพข้าวสารให้คงเดิม / แนะนำให้กินหมดถุงใน 30-45 วันเพื่อสัมผัสความหอมอร่อยของข้าวสดใหม่ได้เต็มที่

- Inspiration Rice สูตรถุงสีน้ำตาล ขนาด 525 กรัม
อัตราส่วนข้าวหอมมะลิเชียงราย 90% ผสมข้าวทับทิมล้านนา 5% และข้าวหอมนิลล้านนา 5% มาพร้อมสูตรหุงข้าว มือใหม่ก็สามารถหุงให้ข้าวผสมออกมาสุก นิ่มทั่วกันได้ สูตรนี้มาในถุงเล็ก มีข้าวประมาณครึ่งกิโลกรัม (525 กรัม) ถุงเป็นถุงซิป เปิด-ปิดได้สะดวก ใช้ง่ายเก็บง่าย เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมืองที่อยู่คอนโด / อยู่คนเดียว ไม่ได้หุงข้าวกินทุกมื้อข้อระวัง : เมื่อแกะถุงแล้ว ควรปิดถุงใส่สนิทมิดชิดเพื่อป้องกันมอดแมลง หรือนำข้าวใส่ถังข้าวสารเพื่อรักษาคุณภาพข้าวสารให้คงเดิม
นี่เป็น 2 ตัวเลือกง่ายๆ สำหรับผู้ที่มองหาข้าวผสมที่ตอบโจทย์ เหมาะสำหรับการเริ่มต้นกินข้าวไม่ขัดสี ทั้งนี้ อย่าลืมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพด้วยนะคะ เพื่อประโยชน์ที่ยั่งยืนของตัวเอง

