Blog
จบปัญหากลิ่นอับในถังข้าวสาร
สำหรับบ้านไหนี่ใช้ถังข้าวสาร นอกจากปัญหาเรื่องมด-มอดที่ชอบมาก่อกวนแล้ว ยังมีอีกเรื่องที่น่าปวดหัว นั่นคือ “กลิ่นอับ” จากข้าวหอมมะลิหอมๆ พอเก็บไว้สักพัก ข้าวสารก็เปลี่ยนเป็นกลิ่นอับๆ แทนซะงั้น ไม่หอมน่ากินแบบช่วงแรก ทำยังไงถึงจะต้องกันปัญหานี้ได้? ข้าวสารที่มีกลิ่นอับต้องทิ้งเลยหรือเปล่า? กำจัดกลิ่นอับได้ยังไง? วันนี้ข้าวธรรมมีทริคเล็กๆ มาแนะนำ หวังว่าจะสามารถช่วยเหล่าแม่บ้านพ่อบ้านได้บ้างนะ
กลิ่นอับในถังข้าวสารเป็นปัญหาที่กวนใจใครหลายคน โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นแบบบ้านเรา ซึ่งต้นเหตุหลักมักมาจาก “ความชื้นสะสม” ที่ทำให้เกิดเชื้อราขนาดเล็กหรือจุลินทรีย์ที่ผลิตก๊าซกลิ่นเหม็นอับออกมา จนทำให้ข้าวเสียรสชาติและเสียอรรถรสในการกิน หากถังข้าวเริ่มมีกลิ่นไม่พึงประสงค์* อย่าเพิ่งถอดใจเททิ้งลองใช้เทคนิคการ “ไล่ความชื้นและดูดกลิ่น” ด้วยวิธีธรรมชาติเหล่านี้ดู รับรองว่าช่วยกู้คืนความหอมสดชื่นให้ข้าวสารได้แน่นอน
*มีแค่กลิ่นที่อับ แต่ข้าวสารไม่ได้มีความผิดปกติหรือขึ้นรา เช่น มีจุดๆ สีดำเล็กๆ อยู่ที่เมล็ดข้าว , ข้าวสารจับกันเป็นก้อน หรือข้าวสารเปลี่ยนสีเป็นสีดำ/เทา/ เขียว ลักษณะผิดปกติพวกนี้คือข้าวขึ้นรา ไม่ควรนำมาบริโภคต่อ อย่าเสียดาย ทิ้งไปทั้งหมดเลยเพราะอาจมีสารพิษจากรา ลองอ่านบทความนี้ >> Aflatoxin อันตรายที่มองไม่เห็นในข้าวสารที่เก็บผิดวิธี <<
วิธีแก้กลิ่นอับในถังข้าวสาร
- ใบมะกรูด
พืชที่เป็นทั้งสมุนไพรและเครื่องครัวแกงไทย ไม่ได้มีประโยชน์แค่ทำอาหารหรือไล่แมลงเท่านั้น ใบมะกรูดดับกลิ่นได้ดีเยี่ยมเพราะมีน้ำมันหอมระเหยตามธรรมชาติสูง โดยเฉพาะสารกลุ่มซิตรัล (Citral) ที่มีกลิ่นหอมสดชื่น ซึ่งช่วยกลบกลิ่นเหม็นอับและกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ดีกว่ามะนาวทั่วไปถึง 3 เท่า นอกจากนี้ยังเป็นตัวช่วยชั้นยอดในการกำจัดกลิ่นอับและไล่มอดไปในตัว วิธีการก็แค่นำใบมะกรูดสดประมาณ 5-10 ใบ (หรือมากกว่านั้นแล้วแต่ขนาดถังข้าวสาร) นำใบมะกรูดที่แห้งสนิทมาขยำเบาๆ ให้กลิ่นแตกออกมาชัดเจน ก่อนจะนำไปใส่ในถังข้าวสาร ใส่กระจายๆ ให้ทั่ว และเมื่อใบมะกรูดแห้งควรเปลี่ยนออก
- พริกแห้งเมื่อความเผ็ด (Capsaicin) ของพริกสดผ่านความร้อนด้วยการคั่วหรือทอดทำให้ระเหยออกมาเป็นไอ พริกแห้งจึงมีกลิ่นฉุนช่วยคุมสภาพแวดล้อมในถังข้าวให้ไม่เอื้อต่อการเกิดกลิ่นได้ดี เียงแค่ใส่พริกแห้งสัก 5-7 เม็ดในถังข้าวสาร **ทั้งนี้ ต้องมั่นใจก่อนว่าพริกแห้งที่เราจะใช้คือแห้งจริงๆ และไม่มีราขึ้นด้วยนะ ไม่เช่นนั้นจากลดกลิ่นอับข้าวจะกลายเป็นแหล่งเชื้อโรคเสียแทน
- ดูดกลิ่นด้วย “ถ่านไม้”
ด้วยลักษณธของถ่านไม้ที่มีรูพรุนสูง ซึ่งมีประสิทธิภาพในการดูดซับทั้งความชื้นและกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ดีเยี่ยม ให้นำถ่านไม้ก้อนเล็กๆ ล้างให้สะอาด ตากแดดให้แห้งสนิท แล้วห่อด้วยผ้าขาวบางหรือใส่ในซองผ้า วางไว้มุมใดมุมหนึ่งของถังข้าว ก้อนถ่านจะช่วย “ดูด” ความชื้นที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นอับออกไป ทำให้ข้าวแห้งและสะอาดขึ้น
- ช้อนสแตนเลส
อาจฟังดูแปลกแต่การใส่ช้อนสแตนเลสลงในถังข้าวเป็นภูมิปัญญาที่ส่งต่อกันมา สแตนเลสมีคุณสมบัติช่วยปรับสมดุลอุณหภูมิภายในถังข้าวให้คงที่ ลดการเกิดหยดน้ำหรือความชื้นสะสม ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของกลิ่นอับ เพียงใส่ช้อนสแตนเลสสะอาดๆ ลงไปในถังข้าวสาร 1-2 คันก็เพียงพอ
- นำข้าวสารไปผึ่งลม
หากกลิ่นอับรุนแรงเกินกว่าจะแก้ในถังได้ การนำข้าวออกมาสัมผัสอากาศภายนอกคือทางออกที่ดีที่สุด ให้นำข้าวสารออกมาเกลี่ยลงบนถาดกว้างๆ แล้วนำไปวางไว้ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก (เลี่ยงแดดจัดเพราะจะทำให้ข้าวเปราะหัก) ทิ้งไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง ลมจะช่วยพัดพากลิ่นอับที่สะสมอยู่ตามผิวเมล็ดข้าวออกไปจนหมดสิ้น ทั้งนี้ ต้องระวังไม่สัตว์หรือแมลงต่างๆ มาขึ้ยข้าวด้วยนะ
แก้กลิ่นอับถาวร ถ้าถังข้าวสารใบใหญ่ๆ ไม่ตอบโจทย์เสมอไป
แม้การซื้อข้าวสารทีละมากๆ จะได้ข้าวสาารในราคาคุ้มค่ามาก แต่ก็มาพร้อมกับความรับผิดชอบและความใส่ใจในการเก็บรักษาข้าวสารให้คงคุณภาพยาวนาน สำหรับบางคนที่อาจไม่ได้มีสถานที่ ที่เหมาัสมในการเก็บข้าวสาร อาจจะต้องปรับเปลี่ยนตัวเลือกเพิ่มเติม เช่น การเปลี่ยนมาใช้กล่องเก็บข้าวแบบสุญญากาศ หรือการแบ่งข้าวใส่ถุงซิปล็อกแล้วแช่ในตู้เย็นแทน เป็นวิธีที่ช่วยล็อกความหอมและกันความชื้นได้ดี ทำให้ข้าวสารมีกลิ่นหอมสดใหม่นาน หรือจะเลือกซื้อข้าวที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์แบบสุญญากาศก็ได้เช่นกัน

