เคล็ด(ไม่)ลับ การหุงข้าวให้อร่อยสุดยอด

เคล็ด(ไม่)ลับ การหุงข้าวให้อร่อยสุดยอด

เรื่องเคล็ดลับเกี่ยวกับข้าว ไม่มีอะไรที่ #ข้าวธรรม ไม่รู้ วันนี้เราจะมาบอกเคล็ดการหุงข้าวให้ได้รู้กัน เพราะเชื่อว่าหลายคนต้องเจอปัญหาเกี่ยวกับการหุงข้าวมากมาย ทำตามสูตรก็แล้ว แต่ข้าวสวยที่หุงสุกก็ยังไม่อร่อยโดนใจ รู้สึกเหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง

ลองมาเช็กดูว่า เคล็ดลับทั้ง 4 ข้อนี้ ได้ทำกันครบแล้วหรือยังในการหุงข้าว ว่าแล้วก็ไปดูกันได้เลย

1.จำนวนครั้งของการซาวข้าว

อย่างแรกที่หลายคนเผลอทำไปด้วยความเคยชิน โดยไม่รู้เลยว่า จะทำให้ข้าวสวยออกมาแฉะ นั่นคือ ‘การซาวข้าว’ ซึ่งก็เป็นวิธีการล้างฝุ่นที่อาจติดมากับข้าวได้ โดยหลายๆ บ้าน เลือกที่จะซาวข้าว 2-3 น้ำ ต่อการหุงข้าว 1 หม้อ ซึ่งขอบอกเลยว่า มันผิด!!

เพราะการซาวข้าวในแต่ละครั้ง เมล็ดข้าวก็ดูดซึมน้ำขึ้นมาด้วย การซาวข้าว 2-3 ครั้ง ข้าวก็ยิ่งอุ้มน้ำไว้ในปริมาณที่เยอะขึ้น แถมเรายังใส่น้ำในระดับปกติที่เราเคยชิน เมื่อนำไปหุง ผลที่ได้ออกมาจึงไม่แปลกที่ข้าวจะแฉะจนเกินไป ดังนั้น ขอแนะนำว่า การซาวข้าวควรจะทำแค่ครั้งเดียวก็เพียงพอแล้ว

และถ้าเป็นข้าวคุณภาพคัดพิเศษจาก #ข้าวธรรม ก็ลืมเรื่องซาวข้าวไปได้เลย ด้วยกรรมวิธีการผลิตแบบพิเศษ ทำให้ข้าวของเราสะอาด ไม่จำเป็นต้องซาวข้าวให้เสียเวลา สามารถหุงด้วยปริมาณน้ำที่ระบุไว้หลังถุง ก็จะได้ข้าวสวยแสนอร่อย พร้อมทานทันที


2.สัดส่วนของน้ำและข้าว

อย่างที่สองที่ทุกคนน่าจะไม่รู้กัน นั่นคือปริมาณน้ำที่ใส่หุงข้าวแต่ละชนิดไม่เท่ากัน แม้แต่ข้าวที่หน้าตาใกล้เคียงกันอย่าง ข้าวหอมมะลิ ข้าวหอม และข้าวขาว ทั้ง 3 ชนิดนี้ ก็ใช้น้ำในปริมาณที่ไม่เท่ากันสำหรับการหุง

เพราะว่าความนุ่มของข้าวแต่ละชนิดมีไม่เท่ากัน ในข้าวหอมมะลิจะมีความนุ่มกว่าข้าวชนิดอื่นๆ ปริมาณน้ำที่แนะนำก็คือข้าว 1 ถ้วย ต่อ น้ำ 1 ถ้วย แต่สำหรับข้าวขาวที่มีความแข็งขึ้นมา ปริมาณน้ำจึงต้องเพิ่มขึ้นมาเป็นข้าว 1 ถ้วย น้ำ 1.5 ถ้วย หากเราใช้ปริมาณน้ำเท่ากับการหุงข้าวหอมมะลิ แน่นอนว่าข้าวที่ได้ ก็จะแข็งจนสากคอเลยทีเดียว

ใน #ข้าวธรรม แต่ละชนิด ก็จะมีปริมาณน้ำที่เหมาะสมระบุอยู่หลังถุง เพียงแค่ใส่น้ำตามที่ระบุไว้ ก็จะได้ข้าวสวยที่อร่อยสุดยอดแล้ว


3.ตรวจเช็คหม้อหุงข้าว

จำได้ไหมว่าล่าสุดที่เปลี่ยนหม้อหุงข้าวคือเมื่อไร? นานจนจำไม่ได้แล้วล่ะสิ เพราะหม้อหุงข้าวเองก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ข้าวสวยของเราไม่อร่อย การจะหุงข้าวให้ดี อุณหภูมิก็ต้องมีความสม่ำเสมอ เพื่อให้น้ำระเหยออกไประหว่างการหุง จนได้ข้าวที่แห้งกำลังพอดี

แต่ด้วยหม้อหุงข้าวที่ใช้มานานเกินไป แกนความร้อน รวมทั้งระบบข้างในก็ย่อมเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา หม้อก็อาจจะทำอุณหภูมิได้ไม่ถึงตามความเป็นจริง ผลก็คือข้าวมักจะออกมาแฉะ หรือสุกไม่ทั่วหม้อ จนต้องฝืนกินไปปาดน้ำตาไปก็ได้

เป็นไปได้จึงควรเปลี่ยนหม้อหุงข้าวทุกๆ 2-3 ปี เพื่อให้ได้ข้าวที่อร่อย ถูกใจคนทั้งบ้าน ไม่เจอปัญหาข้าวแฉะข้าวดิบจากหม้อหุงข้าวเสื่อมคุณภาพอีกเลย


4.อุ่นต่อ 10-15 นาที ให้ข้าวระอุได้ที่

เคล็ดลับสุดท้ายที่อยากให้ทุกคนทำกัน นั่นคือการพักข้าว ทันทีที่หม้อหุงข้าวดัง ติ๊ง! ก็คือสัญญาณบอกเราว่า ข้าวสุกแล้ว เตรียมไปตักมากินได้ แต่เดี๋ยวก่อน! ถ้าตัดสินใจตักตอนนี้เลย ก็อาจจะไม่ประทับใจจนสุดนะ

ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม เมื่อข้าวสุกแล้ว ควรจะพักข้าวไว้ในหม้อสัก 10-15 นาที เพื่อให้ข้าวระอุ เพิ่มความนุ่มของข้าวขึ้นไปอีก ทั้งยังเป็นการไล่น้ำส่วนเกินที่ยังหลงเหลืออยู่ออกมา เพื่อให้ได้ข้าวสวยที่นุ่ม หอม ไม่แฉะนั่นเอง

เคล็ด(ไม่)ลับ ที่ดูไม่มีอะไรมาก แต่ก็เสริมให้ข้าวหอมอร่อยขึ้นไม่น้อย! ลองเอาไปใช้กันนะ!

เริ่มพิมพ์และกด Enter เพื่อค้นหา

Shopping Cart

ไม่มีสินค้าในตะกร้า